WatchGuard Endpoint Security

ทำไมความปลอดภัยบนอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint) จึงสำคัญ

อุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint) เช่น คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป หรือสมาร์ทโฟน ถือเป็นเป้าหมายยอดนิยมของอาชญากรไซเบอร์ เนื่องจากมักมีช่องโหว่ที่สามารถใช้โจมตีได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อัปเดต หรือการใช้งานอุปกรณ์นอกเครือข่ายขององค์กรที่ไม่มีระบบป้องกันที่รัดกุม นอกจากนี้ พนักงานเองก็อาจตกเป็นเครื่องมือของแฮกเกอร์โดยไม่รู้ตัว และเปิดทางให้ภัยคุกคามเข้าสู่ระบบขององค์กรได้ ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจทุกขนาดจึงจำเป็นต้องมีโซลูชันรักษาความปลอดภัยปลายทาง (Endpoint Security) ที่ทรงพลัง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน WatchGuard ได้พัฒนาแนวทางการป้องกันที่ครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้

WatchGuard การป้องกันสูงสุดด้วยความซับซ้อนน้อยที่สุด

ปรัชญาหลักของ WatchGuard Endpoint Security คือการมอบเทคโนโลยีการป้องกันขั้นสูง (Advanced EPP และ EDR) ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์เดียวคือ WatchGuard Cloud เพื่อให้องค์กรได้รับการปกป้องที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนในการดูแลระบบ

ประโยชน์หลักที่ผู้ใช้จะได้รับจาก WatchGuard

  • การบริหารจัดการผ่านคลาวด์ที่ใช้งานง่าย (Intuitive, Cloud-Based Management)
    เหมาะสำหรับองค์กรที่มีทีม IT ขนาดเล็กหรือมีทรัพยากรจำกัด ช่วยให้สามารถติดตั้ง ตั้งค่า และจัดการความปลอดภัยของอุปกรณ์นับพันเครื่องได้ในไม่กี่วินาทีจากหน้าจอเดียว ทั้งยังช่วยลดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย

  • การจำแนกแอปพลิเคชัน (100% Classification)
    ด้วยบริการ Zero-Trust Application Service ระบบจะทำการจำแนกโปรเซสและแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักทั้งหมด 100% โดยอัตโนมัติว่าเป็นโปรแกรมที่ปลอดภัย (Goodware) หรือเป็นมัลแวร์ (Malware) ทำให้องค์กรสามารถใช้งานโมเดล Zero Trust ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (best practice) ในยุคที่การโจมตีแบบแฝงตัว (fileless attacks) มีความซับซ้อนสูง และรับการแจ้งเตือนเฉพาะภัยคุกคามที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น

  • บริการ Threat Hunting โดยผู้เชี่ยวชาญ
    WatchGuard มีทีมนักวิเคราะห์ความปลอดภัยคอยเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และวิเคราะห์ภัยคุกคามที่อาจซ่อนอยู่ในระบบของลูกค้า พร้อมทั้งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับต้นตอของปัญหาและแนวทางการแก้ไข ซึ่งช่วยลดภาระของทีม IT ในการไล่ล่าและสืบสวนภัยคุกคามด้วยตนเองได้อย่างมหาศาล

รู้จักโซลูชันหลักทั้ง 4 ระดับของ WatchGuard

  1. WatchGuard EPP (Endpoint Protection Platform)
    หน้าที่หลัก: EPP คือโซลูชันป้องกันไวรัสยุคใหม่ (Next-Gen AV) ที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการป้องกันภัยคุกคามพื้นฐาน เช่น ไวรัส, มัลแวร์, สปายแวร์ และฟิชชิ่ง โดยใช้เทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจสอบจากฐานข้อมูลไวรัส (Signature-based), Local Cache และที่สำคัญคือได้รับข้อมูลภัยคุกคาม (Intelligence Feeds) จากฐานข้อมูลกลางของ WatchGuard ซึ่งรวบรวมมัลแวร์ที่เคยถูกตรวจจับโดยโซลูชัน EDR ทั่วโลก ทำให้ EPP สามารถป้องกันภัยคุกคามเกิดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

    เหมาะสำหรับ: ธุรกิจขนาดเล็ก หรือองค์กรที่ต้องการยกระดับจากโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีหรือสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Consumer-grade) มาเป็นโซลูชันระดับธุรกิจที่มีการจัดการจากส่วนกลางและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

  2. WatchGuard EDR (Endpoint Detection and Response)
    หน้าที่หลัก: EDR เป็นโซลูชันขั้นสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ไม่รู้จัก (Zero-day attacks), แรนซัมแวร์ และการโจมตีรูปแบบใหม่ๆ ที่แอนตี้ไวรัสทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้ โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Machine-Learning ความสามารถที่เพิ่มขึ้น Zero-Trust Application Service จำแนกทุกโปรเซสและแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักว่าเป็นอันตรายหรือไม่ ทำให้ไม่มีโปรแกรมที่ไม่น่าไว้วางใจสามารถทำงานบนเครื่องได้ และ Threat Hunting Service มีทีมนักวิเคราะห์ของ WatchGuard คอยช่วยตรวจสอบและแจ้งเตือนเมื่อพบกิจกรรมที่น่าสงสัย

    เหมาะสำหรับ: องค์กรที่มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส (EPP) อยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มชั้นการป้องกันด้านการตรวจจับและตอบสนอง (EDR) เข้าไปเสริม โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สัญญาของโปรแกรมเดิมหมดอายุ

  3. WatchGuard EPDR (Endpoint Protection, Detection and Response)
    หน้าที่หลัก: EPDR คือโซลูชันที่รวมความสามารถทั้งหมดของ EPP และ EDR ไว้ในหนึ่งเดียว (One package) เพื่อมอบการป้องกันที่สมบูรณ์แบบและครบวงจร ตั้งแต่การป้องกันมัลแวร์พื้นฐานไปจนถึงการรับมือกับการโจมตีขั้นสูง โซลูชันนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ WatchGuard Passport ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่รวม EPDR, DNSWatchGO (ป้องกันระดับ DNS) และ AuthPoint (การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย) เข้าไว้ด้วยกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่มีพนักงานของบริษัททำงานจากสถานที่ที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว รวมถึงการทำงานจากบ้าน (Distributed workforce)

    หมาะสำหรับ: องค์กรที่ต้องการการป้องกันเชิงรุกระดับสูงสุด (proactive protection) และไม่ต้องการประนีประนอมกับความปลอดภัย โดยเฉพาะองค์กรที่เคยถูกโจมตีทางไซเบอร์มาก่อนและต้องการหลีกเลี่ยงความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

  4. WatchGuard Advanced EPDR
    หน้าที่หลัก: Advanced EPDR คือโซลูชันระดับสูงสุดที่ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพให้กับทีมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย (Security Operations/SecOps) โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถทำการสืบสวนและไล่ล่าภัยคุกคามเชิงรุกได้ ความสามารถที่เพิ่มขึ้น ค้นหา IoCs ขั้นสูง รองรับการค้นหาตัวบ่งชี้การบุกรุก (Indicators of Compromise) ด้วย STIX (ภาษามาตรฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม) และ YARA rules (เครื่องมือสำหรับระบุและจำแนกมัลแวร์ตามรูปแบบ) วิเคราะห์ IoAs ตรวจจับตัวบ่งชี้การโจมตี (Indicators of Attack) ที่ซับซ้อน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับ MITRE ATT&CK framework เพื่อให้เข้าใจรูปแบบการโจมตีได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น Remote Shell ช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถรีโมตเข้าไปยังเครื่องปลายทางเพื่อตรวจสอบไฟล์, หยุดการทำงานของโปรเซสที่เป็นอันตราย และยับยั้งภัยคุกคามได้ทันที ซึ่งเป็นความสามารถที่สำคัญอย่างยิ่งในการลดระยะเวลาตอบสนองต่อเหตุการณ์ (Mean Time to Respond – MTTR) และจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

    หมาะสำหรับ: องค์กรที่มีทีมรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ (Dedicated Security Team) หรือศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) ที่ต้องการเครื่องมือเชิงลึกเพื่อยกระดับการปฏิบัติงานจากการตอบสนอง (reactive) ไปสู่การไล่ล่าภัยคุกคามเชิงรุก (proactive threat hunting)

เสริมความแข็งแกร่งด้วยโมดูลเพิ่มเติม (Optional Modules)

ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อโมดูลเสริมเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการจัดการและความปลอดภัยให้กับโซลูชัน Endpoint Security ได้ตามความต้องการขององค์กร
โมดูลพื้นฐาน (สำหรับ EPP, EDR, และ EPDR)

  • WatchGuard Patch Management
    ช่วยจัดการการอัปเดตและติดตั้งแพตช์ของระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันอื่นๆ กว่าร้อยรายการจากส่วนกลาง ทำให้มั่นใจได้ว่าช่องโหว่ต่างๆ จะถูกปิดอย่างรวดเร็ว
  • WatchGuard Full Encryption
    ช่วยเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดบนฮาร์ดไดรฟ์ของอุปกรณ์โดยใช้เทคโนโลยี BitLocker ของ Microsoft และสามารถจัดการ Recovery Key ได้จากส่วนกลาง
  • Systems Management
    เครื่องมือ RMM (Remote Monitoring and Management) ที่ช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ และดูแลรักษาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ทั้งหมดขององค์กร


พร้อมยกระดับความปลอดภัยของคุณแล้วหรือยัง ?
ท่านสามารถดาวน์โหลด Data Sheet ได้ที่นี่ ดาวน์โหลด

พร้อมให้คำปรึกษาและ POC การใช้งานจริง
ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที

ติดต่อเรา